ลองของถูกที่ถูกเวลา "แรช" ความหวัง "สิงโต"


 

เป็นไปตามคาดและตามคุณภาพฝีเท้าเมื่อ อังกฤษ จัดงานเลี้ยงอำลาให้ทีมบ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง เวลส์ ไปเบาะๆ 3-0 แต่ประโยชน์ที่แฝงมากับชัยชนะมันแพงกว่านั้น

สิ่งที่ แกเรธ เซาธ์เกท บรรลุไม่ใช่แค่แชมป์กลุ่มเพียงอย่างเดียวแต่พ่วงมาด้วยการค้นพบคู่มือการใช้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ฟอร์ม “สะแด่วไปเลยอีน้อง” เหมาคนเดียว 2 ประตู

ด้วยฐานะและหน้าตาทางสังคมของ “มังกรแดง” ที่ไม่มีความน่ากลัวใดๆตลอด 2 นัดแรก

ทำให้ท่านเซอร์เลือกลองของใหม่ในตำแหน่งตัวรุกตามที่มีข่าวหลุดออกมาก่อนหน้านี้ได้แบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง

ฟิล โฟเด้น และ มาร์คัส แรชฟอร์ด 2 แข้งจากเมืองแมนฯได้โอกาสตัวจริงคู่กันครั้งแรกควงแขนมีชื่อทำประตูทันที เกมรุกมีมิติมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

สไตล์ของทั้งคู่วูบวาบและทำอะไรกันบอลเป็นเนื้อเป็นหนังมากกว่า ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ เมสัน เมาท์ ที่ออกสต๊าร์ตตัวจริงใน 2 เกมแรก

เกมกับ อิหร่าน ที่สวนกลับเป็นตุงยังทำให้ เซาธ์เกท เชื่อมั่นและยึดติดกับแข้งชุดเดิมก่อนมาตาสว่างในเกมกับ สหรัฐอเมริกา

ครับแม้ แรช จะเป็นนักเตะประเภทเห็นแก่ตัวเล่นบอลเหมือนหยุดพัฒนาซึ่งแฟน “ผีแดง” อวยพรทุกสุดสัปดาห์มาหลายปี

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “สิงโตคำราม” จำเป็นต้องมีนักเตะมีสัญชาตญาณในการ “สับไก” และ “หิวบอล” (อย่างแรช) อยู่ใน 11 ตัวจริงบ้าง

แฮร์รี่ เคน ลดหน้าที่กองหน้าเพื่อรับบท false9 แต่ 2 คนขนาบข้างทั้ง ราฮีม และ เมาท์ เป็นพวกแข้งกึ่งปีกสไตล์ “ช้อยนางรำ” ที่ aggressive น้อยกว่า

มีแต่ตัว “ครีเอต” (ที่บางทีก็ติด bug) ไม่มีตัวจบไปเจอกับทีมที่หินๆกว่าในรอบแบ่งกลุ่มก็ตายหยังเขียดสิครับ

ต่อให้ เซาธ์เกท อินดี้หรือเสียสติแค่ไหนแต่ 2 ประตูของ แรช ในเกมนี้และยังพ่วงตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของทัวร์นาเมนท์ (3 ลูก) แน่นอนครับ “booking” ตำแหน่งตัวจริงในเกมหน้า 100% เรียบร้อยแล้ว

ส่วน โฟเด้น ผมยังให้ 50/50 เนื่องจาก ซาก้า ยังมีภาษีจากการยิงเบิ้ลในนัดเปิดสนามกับ อิหร่าน และเซอร์เซาธ์เกท ดูชอบๆเป็นการส่วนตัวด้วย

ครับคู่ต่อสู้รอบ 16 ทีมสุดท้ายของ อังกฤษ เป็น เซเนกัล ที่ผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์เป็นหนแรกในรอบ 20 ปี (หนสุดท้ายปี 2002)

การหลบ เนเธอร์แลนด์ ส่งผลทำให้แข้ง “สิงโต” ไม่ต้องเจอกระดูกชิ้นโตก็จริงแต่สำหรับพวกเราที่เป็นสักขีพยานหน้าจอทีวีกันมาร่วม 10 วันสิ่งที่เห็นตรงกันคือบอลโลกหนนี้ส่วนใหญ่เหลี่ยมบอลสูสีกินกันยากกว่าทุกครั้ง (ไม่นับ สเปน ถล่ม คอสตาริก้า 7-0)

บอลสมัยใหม่ที่ใช้พละกำลังและความสด “บี้” กันอย่างเอาเป็นเอาตาย การตีรันฟันแทงในพื้นที่กลางสนามเป็นกลยุทธิ์ “เกมรับ” ไปในตัว พวกเพลย์เมคเกอร์สาย classic มีที่ยืนน้อยลง

ฉะนั้น เซเนกัล ไม่ได้ใส่ชุดนอนลงสนามให้ อังกฤษ มาลูบคลำไซร้เล่นเพลินๆแน่นอน การเอาชนะ เอกวาดอร์ ในเกมชี้ชะตาบอกในตัวเองมันเองทุกอย่างแล้ว

แต่ไหนแต่ไรผมไม่เคยเชื่อน้ำยา อังกฤษ จะก้าวไปถึงแชมป์ใดๆเพราะด้วยความเป็น “ผู้ดี” ชาติที่ยังคิดว่าตัวเองเป็นลีกที่ดีที่สุดในโลกจัดตัวตามชื่อเสียง

ความอินดี้/อีโก้ คิดทำอะไรแปลกๆพวกกุนซือชาว อังกฤษ เหมือนกันหมดทุกยุคทุกสมัย

ผมจึงมองว่าการเจอกับ เวลส์ และค้นพบสูตรใหม่ 4-3-3 ที่มี แรชฟอร์ด กับ โฟเด้น ขนาบซ้ายขวาก่อนรอบน็อกเอาท์ถูกจังหวะและเวลาพอดิบพอดี

อย่างน้อยๆถ้า อังกฤษ โดน เซเนกัล ตบเกรียนตกรอบ ประเด็นเรื่องการจัดตัวคงไม่มีใครกล้าด่า เซาธ์เกท แล้ว

แต่สื่ออาจไปขุดเรื่องอื่นมาแทน จะประเด็นอะไรเดี๋ยวไว้ว่ากันครับ...

สถิติ สถิติ สถิติ

อังกฤษ คว้าแชมป์กลุ่มในฟุตบอลโลกเป็นหนแรกนับตั้งแต่ปี 2006 โดยท้ายที่สุดพวกเขาพ่ายแพ้ให้ โปรตุเกส ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นนักเตะ แมนฯยูไนเต็ด คนแรกที่ยิงให้ อังกฤษศ 3 ประตูในรายการเมเจอร์นับตั้งแต่ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน เคยทำไว้ในฟุตบอลโลก 1966

แฮร์รี่ เคน เป็นแข้ง ”ผู้ดี” คนแรกที่ทำแอสซิสต์ 3 ประตูในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ที่ เดวิด เบ็คแฮม ทำไว้เมื่อปี 2002 (3 เท่ากัน)

กาตาร์ กลายเป็นเจ้าภาพทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่แพ้รวด 3 นัดในฟุตบอลโลก

เซเนกัล เป็นทีมจาก แอฟริกัน ทีมแรกที่เอาชนะตัวแทนจาก อเมริกาใต้ ในฟุตบอลโลกได้นับตั้งแค่ แคเมอรูน โค่น โคลอมเบีย เมื่อปี 1990 ยุติไร้ชัยไว้ที่ 21 เกม (เสมอ 4 แพ้ 17)a


Posted at 3 30, 2022 7:17 am อ่านแล้ว 12 ครั้ง



banner
เชียร์บอล
banner
banner