"เมนดี้" เจ็บสมทบ! ราชันเดี้ยงเพียบฉะเอลเช่, ตราหมีโรเตชั่นเจอเคตาเฟ่...ปรีวิว ลาลีกา

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569
จิโรน่า - แอธเลติก บิลเบา (20:00 น.)
จิโรน่า จะไม่มี ฆวน การ์ลอส, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค, ปอร์ตู, มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น และ ไบรอัน กิล ที่ยังบาดเจ็บ ขณะที่กองหน้าประสบการณ์สูงอย่าง คริสเตียน สตูอานี่ ยังต้องรอเช็กความฟิตก่อนเกม
โฆเอล โรก้า และ อเลฆานโดร ฟรานเซส ลงมาเป็นตัวสำรองในเกมล่าสุดกับ เลบานเต้ และทำผลงานได้น่าประทับใจ ทำให้มีโอกาสถูกส่งลงเป็นตัวจริงในเกมนี้
ส่วนกองหน้าอย่าง วลาดิสลาฟ วานัต แม้เกมล่าสุดจะเล่นไม่ออกนัก แต่ฤดูกาลนี้เจ้าตัวยิงไปแล้ว 9 ประตูในลา ลีกา และยังน่าจะได้ยืนเป็นตัวหลักในแนวรุกต่อไป
ทางฝั่ง แอธเลติก บิลเบา จะไม่มี เบนญัต ปราดอส, อูไน เอกิลุซ และ นิโก้ วิลเลี่ยมส์ ที่บาดเจ็บ ขณะที่ มารวน ซานนาดี้, ไอตอร์ ปาเรเดส และ อูไน โกเมซ ยังต้องรอเช็กอาการก่อนเกม
นอกจากนี้ทีมยังหมดสิทธิ์ใช้งาน อเลฆานโดร เรโก้ ที่ติดโทษแบน หลังสะสมใบเหลืองครบโควตาในเกมที่แพ้ บาร์เซโลน่า นัดล่าสุด
คาดว่ากุนซือ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ จะมีการปรับทีมจากเกมก่อน โดย ยูริ เบร์ชิเช่, อินญิโก้ รุยซ์ เด กาลาร์เรต้า, ออยฮาน ซานเซ็ต และ กอร์ก้า กูรูเซต้า มีลุ้นกลับมาเป็นตัวจริงในเกมนี้
สถิติที่น่าสนใจ
• ทั้งสองทีมพบกันมาเพียง 11 นัด โดยฝั่ง แอธเลติก บิลเบา มีสถิติดีกว่าเล็กน้อย ชนะ 5 เกม ขณะที่ จิโรน่า ชนะ 4 เกม
• ที่น่าสนใจคือ แอธเลติก บิลเบา ชนะ จิโรน่า ในเกมเยือนได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งต้องย้อนกลับไปถึงเดือนมีนาคม ปี 2019
• ผลการเจอกันครั้งล่าสุด: แอธเลติก บิลเบา 1-1 จิโรน่า
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
แอตเลติโก้ มาดริด - เคตาเฟ่ (22:15 น.)
แอตเลติโก้ มาดริด อาจมีการโรเตชั่นผู้เล่นบางตำแหน่ง เพราะต้องเก็บความสดไว้สำหรับเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก เลกสองกับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในสัปดาห์หน้า
ทีมมีผู้เล่นบาดเจ็บเพียงคนเดียวคือ โรดริโก้ เมนโดซ่า ที่มีปัญหากล้ามเนื้อ และไม่มีรายงานอาการเจ็บเพิ่มเติมจากเกมกับ สเปอร์ส
คาดว่าผู้เล่นตัวหลักบางรายอย่าง ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ, มาร์กอส ญอเรนเต้ และ อ็องตวน กรีซมันน์ อาจได้พักในเกมนี้
โดยมีแนวโน้มที่ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ, โกเก้, นิโคลัส กอนซาเลซ, อเล็กซ์ บาเอน่า และ โฮเซ่ กิเมเนซ จะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง
ทางฝั่ง เคตาเฟ่ จะไม่มี อาบู กามาร่า ที่บาดเจ็บ ขณะที่ ฆวนมี่, บอร์ฆา มาโยรัล และ ดาวินชี่ ยังต้องรอเช็กความฟิตก่อนเกม ข่าวดีคือ อาเดรียน ลิโซ่ กลับมาพร้อมลงสนามอีกครั้ง หลังพ้นโทษแบน
ส่วนแนวรุกยังต้องฝากความหวังไว้ที่ มาร์ติน ซาตริอาโน่ กองหน้าที่ถูกยืมตัวมาจาก โอลิมปิก ลียง ซึ่งกำลังอยู่ในฟอร์มดี หลังยิงไป 3 ประตูจาก 4 เกมหลังสุด และน่าจะได้ลงล่าตาข่ายต่อในเกมนี้
สถิติที่น่าสนใจ
• ฟอร์มในลีกช่วงหลังของ แอตเลติโก้ มาดริด ถือว่ายอดเยี่ยม เพราะชนะมา 3 นัดติดต่อกัน ส่วน เคตาเฟ่ เองก็มาแรงไม่แพ้กัน เพราะพวกเขาชนะถึง 4 จาก 5 เกมหลังสุด
• หากดูสถิติการเจอกันที่ผ่านมา เคตาเฟ่ เป็นรองค่อนข้างชัด เพราะจากการพบกัน 46 นัดในทุกรายการ พวกเขาชนะได้เพียง 5 เกมเท่านั้น
• ยิ่งไปกว่านั้น เคตาเฟ่ ไม่เคยบุกมาชนะ แอตเลติโก้ มาดริด ได้เลยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2010 ส่วนชัยชนะเกมเยือนอีกครั้งเดียวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2005
• ผลการเจอกันครั้งล่าสุด: เคตาเฟ่ 0-1 แอตเลติโก้ มาดริด
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เรอัล โอเบียโด้ - บาเลนเซีย (00:30 น.)
เรอัล โอเบียโด้ ต้องรอเช็กความฟิตของ ลูคัส อาฮิฮาโด้, ติอาโก้ บอร์บาส และ เลอันเดอร์ เดนดองเคอร์ ว่าจะพร้อมลงสนามหรือไม่
ข่าวดีคือ ดาบิด คอสตาส พร้อมกลับมาช่วยทีม และกองหลังวัย 30 ปีมีโอกาสลงยืนคุมแนวรับของเจ้าบ้านในเกมนี้
ส่วนตัวผู้เล่นหลักคาดว่าจะไม่มีเซอร์ไพรส์มากนัก โดย เฟเดริโก้ บินญาส ที่ยิงไปแล้ว 5 ประตูในลาลีกาซีซั่นนี้จะยังคงรับบทกองหน้าตัวเป้าของทีมต่อไป
ทางฝั่ง บาเลนเซีย จะหมดสิทธิ์ใช้งาน มุคตาร์ เดียคาบี้, ดิมิทรี ฟูลกิเย่ร์, โกเปเต้ และ ฆูเลน อากิร์เรซาบาล่า ที่มีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ ลูคัส เบลตราน ยังต้องรอเช็กอาการก่อนเกม
เกมล่าสุดกับ อลาเบส นั้น อูโก้ ดูโร่ ลงมาเป็นตัวสำรองก่อนยิงประตูชัยช่วงท้ายเกมได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม อูมาร์ ซาดิก ทำผลงานได้ดีในบทบาทตัวจริง ทำให้มีแนวโน้มสูงที่เขาจะได้ออกสตาร์ตเป็นกองหน้าตัวหลักอีกครั้งในเกมนี้
ขณะที่ ฆาบี้ เกร์ร่า ซึ่งทำประตูได้ในเกมเดียวกัน ก็เตรียมลงประจำการในบทบาทกองกลางตัวรับต่อไป
สถิติที่น่าสนใจ
• ปัญหาใหญ่ของ เรอัล โอเบียโด้ ในฤดูกาลนี้คือเรื่องการจบสกอร์ เพราะพวกเขายิงได้แค่ 17 ประตูเท่านั้น ซึ่งน้อยที่สุดในลีก ส่วนชัยชนะครั้งสุดท้ายต้องย้อนไปช่วงปลายเดือนมกราคม ที่เปิดบ้านชนะ จิโรน่า
• สถิติของทั้งสองทีม บาเลนเซีย ยังเหนือกว่า โดยชนะไป 45 ครั้ง ขณะที่ เรอัล โอเบียโด้ ชนะ 24 ครั้ง
• ผลการเจอกันครั้งล่าสุด: บาเลนเซีย 1-2 เรอัล โอเบียโด้
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เรอัล มาดริด - เอลเช่ (03:00 น.)
เรอัล มาดริด มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย โดย แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่พักครึ่งในเกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ยังต้องรอเช็กความฟิตก่อนเกมนี้
เอแดร์ มิลิเตา กลับมาซ้อมกับทีมแล้ว แต่ยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ ขณะที่ตัวเจ็บอย่าง จู๊ด เบลลิงแฮม, ดานี่ เซบาญอส, คีลิยัน เอ็มบัปเป้, โรดรีโก้, อัลบาโร่ การ์เรราส และ ดาบิด อลาบา ก็หมดสิทธิ์ช่วยทีม เช่นเดียวกับ ฟรานโก้ มาสตันตูโอโน่ ที่ติดโทษแบน
มีโอกาสที่ อัลบาโร่ อาร์เบลัว จะปรับทีมถึง 4 ตำแหน่ง จากเกมที่เจอกับ แมนฯ ซิตี้ โดย ราอูล อเซนซิโอ, ฟราน การ์เซีย, เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า และ ดานี่ การ์บาฆาล อาจถูกส่งลงตัวจริง
ส่วนฝั่ง เอลเช่ จะยังไม่มี เอคตอร์ ฟอร์ต กองหลังที่ยืมตัวมาจาก บาร์เซโลน่า ซึ่งยังบาดเจ็บหัวไหล่ ขณะที่ เปโดร บิกาส และ จอห์น โดนัลด์ ยังต้องรอเช็กความฟิต
ในเกมนี้ อัลบาโร่ โรดริเกซ ซึ่งเคยอยู่กับเรอัล มาดริดระหว่างปี 2020–2025 มีโอกาสได้ลงเล่นในแนวรุก และถือเป็นการกลับมาเยือน ซานติอาโก้ เบร์นาเบว อีกครั้ง
ส่วน อันเดร ซิลวา มีแนวโน้มจะได้ลงเล่นในเกมรุกต่อไป ขณะที่แนวรับยังมี ดาวิด อัฟเฟนกรูเบอร์ กองหลังที่กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรใหญ่ คอยยืนคุมเกมรับให้ทีม
สถิติที่น่าสนใจ
• หากดูสถิติการเจอกันที่ผ่านมา เรอัล มาดริด เหนือกว่าชัดเจน เพราะจาก 54 นัดหลังสุดในทุกรายการ พวกเขาแพ้ให้ เอลเช่ เพียง 6 ครั้งเท่านั้น และที่สำคัญคือ เอลเช่ ไม่เคยบุกมาชนะที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ได้เลย
• ชัยชนะทั้ง 6 ครั้งที่ เอลเช่ เคยเอาชนะ เรอัล มาดริด ได้ ล้วนเกิดขึ้นในบ้านของตัวเองทั้งหมด โดยครั้งล่าสุดต้องย้อนไปถึง เดือนมีนาคม ปี 1978
• ผลการเจอกันครั้งล่าสุด: เอลเช่ 2-2 เรอัล มาดริด
Posted at 6 14, 2026 12:12 pm อ่านแล้ว 7 ครั้ง


.gif)


















